วิธีการปิดแนวทางการขายที่มือโปรจะต้องทราบ

55

การที่พวกเราจำเป็นต้องไปเสนอแนวทางการขายผลิตภัณฑ์ให้ได้ดื้อดึงแล้วครับผม ปิดวิธีขายแล้วให้ได้ยอดจำหน่ายนั้นยากกว่าอีก

โดยทั่วไปแล้วถ้าเกิดลูกค้าจะไม่ยอมรับการซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราเขาก็จะอ้างเอาเหตุนาๆประการเพื่อมาปัดการซื้อของพวกเรา สักครู่ผมจะยกตัวอย่างที่ผมเคยพบมาแล้วกันขอรับ ยกตัวอย่างเช่น ขอลองคิดดูก่อนครับ ขอความเห็นแฟนก่อนนะ ที่บ้านผมมีแล้ว ฯลฯ แล้วประโยคที่จำต้องพูดว่าคงจะยอดฮิดที่สุดก็คือ มันมีราคาสูงเกินความจำเป็น ขาดเงิน
ตรงนี้พวกเรามาดูวิธีการปิดแนวทางการขายจากอันดับต้นๆของนักขายจากญี่ปุ่น
ถามหาความอยากได้ที่จะซื้อ แบบไม่อ้อมค้อม
ภายหลังที่พวกเราได้เสนอขายผลิตภัณฑ์ของพวกเราไปแล้ว ก็สามารถกรรมวิธีการปิดวิธีขายได้เลยนะครับ แล้วก็นักขายจำนวนมากชอบใช้คำบอกเล่าพวกนี้เป็นการปิดวิธีขาย ตัวอย่างเช่น “ถัดไปจะเป็นข้อเสนอแนะจากบริษัทพวกเรา ก่อกวนใคร่ครวญด้วยครับ นัดหมายกันครั้งต่อมาเมื่อไรดีขอรับ”
แล้วถ้าเกิดคุณนั้นยังคงใช้แม้กระนั้นคำบอกเล่าอย่างงี้อยู่ ก็ไม่สามรถยนต์ที่จะปิดวิธีขายได้หลอกนะครับ เนื่องจากว่าภายหลังที่คุณกล่าวถึงแล้วลูกค้าก็จะตอบกลับมาว่า “เด๋ยวจะใคร่ครวญมองครับ แล้วก็ประเดี๋ยวผมติดต่อกลับไปครับ” สรุปแล้วการสนทนาวิธีขายวันนั้นก็ไม่ได้อะไรเลย เปลี่ยนเป็นว่าคุยมาตั้งนาน ดันไปเปิดโอกาสทางที่จะให้ลูกค้ากลับไปคิดแล้วไม่ยอมรับการซื้อของพวกเราไปอีก
เอาละประเดี๋ยวผลจะกล่าวว่าภายหลังการเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้วควรใช้คำบอกเล่าอย่างไรถัดจากนั้น
“เป็นไงบ้างนะครับ ลูกค้าไม่มีคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เสนอครับผม ลูกค้าอยากจะซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเราไหมขอรับ”
เพราะว่าภายหลังจากพวกเราเสนอขายผลิตภัณฑ์ไปแล้ว พวกเราก็จะต้องถามต่อถึงความตั้งอกตั้งใจของลูกค้าไปเลยว่าพอใจจะซื้อไหมในทันทีทันใด เพื่อเป็นการสร้างความแน่ใจให้ตนเองแล้วให้ตัวเลือกการตัดสินใจกับลูกค้าโดยทันที
ปล่อยมือจากผลตอบแทนของตน
แม้กระทั่งพวกเราต้องการจะได้ยอดการสั่งซื้อแค่ไหน ถ้าเกิดพวกเราได้พินิจพิเคราะห์แล้วว่าการให้บริการของบริษัทอื่นได้ผลผลดีต่อลูกค้ามากยิ่งกว่า แน่ๆว่าพวกเราก็ไม่สมควรที่จะเสนอบริษัทของตนเอง เพราะเหตุว่านี่เป็นจิตวิญญาณของความซื่อตรงซื่อสัตย์สุจริต
ดังเช่นว่า มีลูกค้าท่านหนึ่งกำอยากเชิ้ตดีๆสักตัว แต่ว่าบุคลากรตรวจผลิตภัณฑ์แล้วพบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ต่อไปก็หายไป แล้วหลังจากนั้นก็กลับมากล่าวว่า “จำเป็นต้องขออภัยด้วยนะคะ ทางร้านค้าของพวกเราไม่มีเสิ้อเชิ้ตที่คุณลูกค้าปรารถนา เลยทดลองไปถามผลิตภัณฑ์จากเคานต์เตอร์แบนรด์อื่นนั้นก็ไม่มีผลิตภัณฑ์อย่างงี้เช่นกัน จำต้องขอประทานโทษจริงๆจ้ะ”
กระบวนการทำอย่างนี้จะเป็นการสร้างความซาบซึ้งให้ลูกค้า และก็ในอนาคตเขาก็จำเป็นต้องกลับมาแน่ๆขอรับ เนื่องจากว่ากำเนิดความตรึงใจในบริการของพวกเรา หรือเปล่าแน่นะนะครับเขาบางทีอาจจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณวันนั้นเลยก็ได้
คืออะไรกันบ้างล่ะนะครับ หวังว่าบทความที่ผมเอามาเขียนให้ทุกคนได้อ่านวันนี้จะมีคุณประโยชน์ต่อนักขายทุกๆคนครับ และก็ขอขอบพระคุณบทความต้นฉบับดีๆจากเว็บไซต์ amarinbooks.com ด้วยครับผม